Home ธรรมะ 12 ชั่วโมงแห่งการ “คิดเป็น” ฝึกมองโลกใหม่ให้ใจเป็นสุข ฉบับท่าน ว.วชิรเมธี

12 ชั่วโมงแห่งการ “คิดเป็น” ฝึกมองโลกใหม่ให้ใจเป็นสุข ฉบับท่าน ว.วชิรเมธี

4 second read
0
0
115

12 ชั่วโมงแห่งการ “ คิดเป็น ” ฝึกมองโลกใหม่ให้ใจเป็นสุข ฉบับท่าน ว.วชิรเมธี

ในแต่ละวันทุกคนมีเรื่องที่ต้องพบเจอไม่เหมือนกัน หลายคนอาจจะเคยกลับบ้านแล้วรู้สึกว่า “ วันนี้เป็นวันที่ดีจัง ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ” ตรงกันข้าม ถ้าวันนั้นทุกอย่างมีแต่ความผิดพลาดไม่ว่าที่บ้านหรือที่ทำงาน คุณจะมีวิธีคิดอย่างไรให้ใจเป็นสุข หากคุณคิดว่าช่างยากเหลือเกินที่จะให้มองทุกอย่างเป็นแง่บวกตลอด 24 ชั่วโมง งั้นเราลองแบ่ง 24 ชั่วโมงให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งดีไหม เป็นครึ่งวันที่ชีวิตคนทำงานอย่างพวกเราหลายๆ คนต้องออกไปอยู่ร่วมกับผู้อื่น แล้วลองดูว่าใน 12 ชั่วโมงนี้เราจะสามารถ “ คิดเป็น ” หรือ “ คิดบวก ” ตามคำสอนของ ท่าน ว.วชิรเมธี ได้อย่างไร


7:00 ตื่นแต่เช้า แต่ต้องมาเจออุบัติเหตุจนรถติดสาหัส

แทนที่เราจะหงุดหงิดว่าอุบัติเหตุของคนอื่นส่งผลให้เราต้องล่าช้า จงคิดว่า“นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทเป็นอันขาด”

8:00 รู้สึกเพลียที่ต้องทำงานหนักทุกวัน

แทนที่เราจะโทษการงานว่าทำให้ร่างกายอ่อนแอ จงคิดว่า “นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี”

9:00 มาถึงที่ทำงาน เจอคนนินทาแต่เช้า

แทนที่เราจะนั่งเสียใจที่ไม่เป็นที่รัก จงนึกว่า “นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย”

10:00 เจ้านายเรียกไปพบ ตำหนิว่างานของเมื่อวานใช้ไม่ได้

แทนที่เราจะคิดต่อต้าน ไม่เชื่อหรือไม่เข้าใจเจ้านาย เพราะคิดว่าตั้งใจทำดีที่สุดแล้ว จงคิดว่า “นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ”

11:00 รู้สึกท้อแท้ ไม่มีคนคอยสนับสนุนช่วยเหลือ

แทนที่จะหมดกำลังใจ จงคิดว่า “นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง”

12:00 ร้านอาหารที่เคยไปกินข้าวทุกกลางวันเกิดปิดกะทันหัน

แทนที่จะโวยวาย อารมณ์เสีย จงคิดว่า “นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง”

13:00 งานที่โดนสั่งให้ทำยากและซับซ้อนเกินไป

แทนที่จะคิดว่าเราไม่มีทางทำได้เพราะเกินความสามารถ จงคิดว่า “นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ”

14:00 เจ้านายเรียกเข้าไปพบ เพื่อแจ้งว่าจะมีคนมารับช่วงต่อโปรเจ็คท์ที่เราเป็นคนริเริ่มทำตั้งแต่แรก

แทนที่จะผิดหวังเสียใจ ไม่มีกำลังใจทำงาน จงคิดว่า “นี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง”

15:00 มีคนอิจฉา คอยใส่ร้ายป้ายสี

แทนที่จะโกรธหรือเกลียด คิดเคียดแค้นเขา จงคิดว่า “นี่คือบททดสอบว่า ‘มารไม่มี บารมีไม่เกิด’”

16:00 ไม่ได้รับการเสนอชื่อให้เลื่อนตำแหน่งทั้งๆ ที่ทำงานหนัก

แทนที่จะจมอยู่กับความผิดหวัง จงคิดว่า “นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้ชีวิต”

17:00 ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว แต่หัวหน้ายังเรียกเข้าไปสั่งงานเพิ่ม

แทนที่จะรู้สึกไม่พอใจและปฏิเสธที่จะรับงานนั้น จงคิดว่า “นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ”

18:00 กลับมาบ้านเหนื่อยๆ แล้วยังมาเจอลูกดื้อเอาแต่เล่นซนไม่ยอมทำการบ้าน

แทนที่จะโมโห โกรธเกรี้ยว และตะคอกว่าลูก จงคิดว่า “นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง”

ถ้า 12 ชั่วโมงที่ออกไปเจอเรื่องราวมากมายนี้ เราสามารถคิดตามแนวทางของ ท่าน ว.วชิรเมธี ได้ แม้จะคิดไม่ได้ในทันที แต่อย่างน้อยการหยุดอารมณ์ชั่ววูบในตอนแรกแล้วหันมาคิดว่า ไม่มีอะไรที่จะสร้างความรู้สึกสุขหรือทุกข์ให้เราได้ นอกจากความคิดของเราเอง ถ้าทำได้เช่นนั้นแล้ว การเพิ่มเวลาคิดให้เป็นจาก 12 ชั่วโมง เป็น 24 ชั่วโมงก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ขอบคุณธรรมทานจาก : http://www.goodlifeupdate.com

Comments

comments

Check Also

ธรรมะสอนใจดีดี เรื่อง…. ชีวิต….ความรัก

ชีวิต…..ความรัก ชีวิตนี้เริ่มต้นด้วยเรื่องที่น่าละอาย มีความเป็นอยู่ด้วยเรื่องที่ยุ่…