Home เรื่องดี มีข้อคิด นิทานสอนใจ อย่าทะนงใจว่าเป็น “ม้าพันลี้” อวดเก่งคิดว่าตนเก่งกว่าคนอื่น

นิทานสอนใจ อย่าทะนงใจว่าเป็น “ม้าพันลี้” อวดเก่งคิดว่าตนเก่งกว่าคนอื่น

3 second read
0

ในสังคมปัจจุบันเราเจอคนหลายประเภท บางคน อวดเก่ง ทะนงใจ ว่าตนเก่งกว่าใครๆ คนแบบนี้ทำเป็นอีกหนึ่งประเภทที่ทำให้เพื่อนๆ ต่างเอื่อมระอา วันนี้ทางเราจึงขอยกบทความสอนใจดีๆ เรื่อง ม้าพันลี้ มาฝากทุกคน

ณ ดินแดนอันห่างไกล มีม้าหนุ่มพันลี้อยู่ตัวหนึ่ง มันแข็งแรงและทรงพลังมาก สามารถวิ่งได้ไกลเป็นพันลี้โดยที่ไม่เหนื่อยเลย แถมยังวิ่งได้เร็วมากอีกด้วย

ม้าตัวนี้รู้ว่าตัวเองนั้นมีความสามารถมากเพียงใด ใครๆ ก็ต้องการมัน มันจึงรอให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และดีเทียบเท่ากับมันเท่ๅนั้น ถึงจะยอมให้ขี่

ในระหว่างที่เฝ้ารอคนที่มันคิดว่า เ หมๅะสม ก็ได้มีผู้คนมากมายเข้ามาหา

พ่อค้าได้เข้ามาหาม้าตัวนี้ และถามว่า “เจ้าจะยอมไปกับข้าหรือไม่”

ม้าพันลี้ส่ายหัว และตอบว่า “ม้าฝีเ ท้ ๅดีๆ แบบข้า ทำไมจะต้องยอมไปกับเจ้า แค่ไว้ใช้งานส่ งข อ งด้วยล่ะ”

ทหารได้เข้ามาหาม้าตัวนี้ และถามว่า “เจ้าจะย อ มไปกับข้าหรือไ ม่”

ม้าพันลี้ส่ายหัว และตอบว่า “เจ้าเป็นแค่ทหารธรรมดา ทำไมข้าจะต้องไปรับใช้คนแบบเจ้าด้วยล่ะ”

นายพรานได้เข้ามาหาม้าตัวนี้ และถามว่า “เจ้าจะยอมไปกับข้าหรือไม่”

ม้าพันลี้ส่ายหัว และตอบว่า “ข้าเป็นถึงม้าพันลี้ ทำไมต้องไปทำงานหนัก รับใช้นายพรานแบบเจ้าด้วยล่ะ”

เวลาผ่านไปเนิ่นนานหลายปี ม้าพันลี้ตัวนี้ก็ยังคงค้นหาเจ้านายที่ใฝ่ฝันไม่เจอสักที ถึงแม้ที่ผ่านมาจะมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาหา แต่เจ้าม้าพันลี้ตัวนี้ ก็ไม่ยอมรับใช้ใครเลย

ข่าวความเก่งกาจสามารถของม้าพันลี้ ได้แพร่กระจายจนไปถึงในวังหลวง และได้มีรับสั่งตามพระราชโองการ ให้ขุนนางท่านหนึ่งไปตามหาม้าพันลี้ ไม่นานขุนนางก็พบกับม้าพันลี้ จึงได้แนะนำตัวและไถ่ถาม

เมื่อม้าพันลี้รู้ว่า คนที่มาหาตนเป็นถึงขุนนางชั้นสูง ก็ดีใจอย่างมากที่จะได้รับใช้คนที่เหมาะสมกับตนเอง ที่รอคอยมานานแสนนาน

ม้าพันลี้จึงได้บอกกับขุนนางว่า “ข้าคือม้าพันลี้ ที่ท่านตามหาอยู่” แต่ก่อนที่ขุนนางจะพากลับไปในวัง จึงได้ถามม้าพันลี้ว่า “เจ้าเชี่ยวชาญเส้นทางในประเทศเราไหม”

ม้าพันลี้ตอบว่า “ไม่ เพร าะข้าไม่ได้เดินทางไปไหนนๅนมา กแ ล้ว”

ขุนนางก็เลยถามต่อ “เจ้ าเคยมีประสบการณ์ ในการสู้สมรภูมิรบบ้า งไหม”

ม้าพันลี้ตอบว่า “ไม่ ข้าไม่เคยเข้าร่วมรบ เพราะข้าไม่รับใช้ทหารธรรมดาๆ ”

ขุนนางก็เลยถามต่อ “เจ้าชำนาญการวิ่งในป่ารกทึบ ที่มีสิ่งกีดขวางมากมายหรือไม่”

ม้าพันลี้ตอบว่า “ไม่ ข้าไม่มีเหตุจำเป็นอะไร ที่ต้องเข้าไปลำบากในป่ารกทึบหรอก”

ขุนนางเลยพูดขึ้นว่า “แล้วข้าจะเอาเจ้าไปใช้ประโยชน์อะไรได้อีก”

ม้าพันลี้บอกว่า “ข้าวิ่งเวลากลางวันได้วันละพันลี้ กลางคืนแปดร้อยลี้”

ขุนนางจึงให้ม้าพันลี้ลองวิ่งให้ดู เพื่อทดสอบความแข็งแรง และความเ ก่งที่เขาร่ำลื อกัน

เมื่อม้าพันลี้เริ่มออกวิ่ง มันรู้สึกถึงค ว ามภาคภูมิใจ ที่จะได้โช ว์ความสามารถของตัวเอ งสักที แต่พอมันออกวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว มันก็หอบหายใจเหนื่อ ยซะแล้ว

ขุนนางจึงพูดขึ้นว่า “เมื่อก่อนตอนหนุ่ม เจ้าคงจะเก่งมากจริงๆ ตามที่คนร่ำลือกันไว้ แต่ตอนนี้เจ้าแก่แล้ว ไม่ไหวแล้ว ถ้าข้าเอาเจ้าไป คงใช้ประโย ช น์อะไรไม่ได้อีกแล้ว” หลังจากพูดจบ ขุนนางก็เดินจ ากไปในทัน ที ในขณ ะที่ม้ าพั นลี้ยังเหนื่อยหอบไม่ทันหาย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

อย่าทำตัวเป็น “ม้ าพันลี้” อย่าอวดดี คิดว่าตนเ องเก่ง เพราะเหนือฟ้ายังมีฟ้าเสมอ กา ลเวลาผ่านไป อะไรๆ ก็เปลี่ยน ไม่มีอะไรอยู่คงทน แม้แต่ความสามารถ

เมื่อก่อนเราอาจจะเก่ง แต่สักวันก็ต้องมีคนมาแทนที่เราจนได้ หากเราหลงทะนงตน ไม่ยอมฝึกฝนหรือหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ตัวเอง จะทำให้เราหยุดพัฒนาและล้าหลัง

ในขณะที่อีกคน รู้ว่าตัวเองไม่เก่งเท่าคนอื่น จึงพยายามฝึกฝนหาความรู้อยู่ตลอดเ วลา สุดท้ายเขาก็จะพัฒนามาเทียบเท่า และแซงเราไปในที่สุด

เจงอย่ าประมาทในการใช้ชีวิ ต และอย่าประเมินความสามารถคนอื่ นต่ำเกินไป จงอย่าชะล่าใจ ว่าจะไม่มีใครมาแทนที่ตนได้

แหล่งที่มา : aansanook.com

เรียบเรียงโดย : item2day.com