Home เรื่องดี มีข้อคิด “คนใจแคบ” มักแปรเจตนาคำพูดของผู้อื่น “ไปในทางที่ผิดอยู่เสมอ”

“คนใจแคบ” มักแปรเจตนาคำพูดของผู้อื่น “ไปในทางที่ผิดอยู่เสมอ”

5 second read
0

ในสังคมที่ต้องเจอคนมากมาย ทุกคนต่างพ่อ ต่างแม่ เติบโตมาต่างกันนิสัยความคิดจึงต่างกันออกไป หลายครั้งที่เราต้องเจอ คนใจแคบ คนที่นึกถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง

วันนี้เราจึงขอนำเสนอบทความเกี่ยวกับคนที่จิตใจคับแคบมาฝากทุกคน  เพราะคนที่ใจแคบมักแปรเจตนาคำพูดของผู้อื่น “ไปในทางที่ผิดอยู่เสมอ”ข้อคิดเตือนใจที่จะช่วยให้คุณเข้าใจชีวิตและดำเนินชีวิตด้วยจิตใจที่กว้างและมีความสดใสอยู่เสมอ

 

ใจคุณกว้างเท่าใด โลกก็กว้างตามคุณเท่ๅนั้นคนที่ใจคับแคบ มักแปรเจตนาคำพูดของคนอื่นไปในทางที่ผิดอยู่เสมอ คนที่ใจกว้างใหญ่  มักแปรเจตนาคำพูดของคนอื่นไปในทางที่ดีอยู่เสมอสำคัญอยู่ที่เราเลือกเป็นใครใจแคบหรือใจกว้างคุณเห็นคนรอบข้างเป็นเหมือนผักหญ้า คุณก็ถูกผักหญ้าปกคลุม

คุณก็คือกระถางหญ้า คุณเห็นคนรอบข้างเป็นเพชรนิลจินดา คุณถูกของล้ำค่าปกคลุมคุณก็คือพานใส่เพชรนิลจินดาชีวิตคนเรา ต้องรู้จักมองเห็นข้อดีข้อเด่นของคนอื่นชื่นชมในข้อดี ลืมข้อด้อยของเขาใจคุณกว้างเท่าใด ลกก็กว้างตามคุณเท่ๅนั้น ถ้าเรารู้จักเหตุ ก็สร้างเหตุขึ้นผลมันก็เกิดตามมาเอง

แต่คนเราไม่ทำอย่างนั้น ส่วนมากต้องการแต่ดีๆ แต่ไม่สร้างความดีมันจะเกิดมาจากไหนได้มันก็ย่อมพบแต่สิ่งที่ไม่ดีนั่นแหละเมื่อได้สิ่งไม่ดี…ใจมันก็เกิดเป็นทุกข์เป็นร้อนขึ้นมาทันที

ฝึกให้ตัวเองพ้นไปจากความเป็นขี้ข้าของเงิน หมายความว่า เราต้องหัดพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ รถยนต์ใช้อะไรก็หัดพอใจกับมัน นาฬิกาใช้อะไรอยู่ก็หัดพอใจกับมัน เสื้อผ้าใช้อะไรอยู่ก็หัดพอใจกับมัน

การที่คนเราจะเลิกเป็นขี้ข้าเงินได้ ต้องเริ่มจากการรู้จักเพียงพอก่อนเมื่อรู้จักพอแล้ว ก็ไม่ต้องหาเงินมาก เมื่อไม่ต้องหาเงินมาก “ชีวิตก็มีโอกาสทำอะไรมากกว่าการหาเงิน”

มุมมองที่เรามีต่อผู้อื่น ตลอดจนวิธีคิดที่เราเลือกใช้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิต คือสิ่งที่กำหนดขนาดความสุขของชีวิตเรา ลองฝึกตัวเองให้เป็นคนมองโลกในมุมบวก

ฝึกใจให้เปลี่ยนความคิดและลองทำตาม 5 แนวคิดนี้ทำแล้วชีวิตคุณจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะ

1. เลือกมองอะไรในมุมกว้าง มองเรื่องต่างๆ แบบภาพรวม

อย่าเลือกใส่ใจแค่จุดด่างเล็กๆ จนสร้างปัญหาเพราะบางทีจุดด่างมันเล็กนิดเดียวแต่เรากลับไปเลือกให้ค่าให้ความสนใจหงุดหงิดกับตำหนิเล็กๆจนทำให้รอยดำที่แทบมองไม่เห็นขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเกินจริง

ซึ่งเจ้ารอยดำนี้ก็เปรียบเหมือนเรื่องไม่ดีที่เราต้องหัดปล่อยผ่านหยุดให้ความสนใจกับสิ่งเล็กน้อยที่สร้างความหงุดหงิดเลือกมองไปที่ภาพรวมให้เห็นในสิ่งที่จำเป็นกว่าหรือโอกาสที่จะขจัดปัญหาเรื่องแย่ๆ ให้มันหมดไป

 

2. ปล่อยวางได้ก่อนแล้วใจจะเป็นสุข แค่ปล่อยก็เบา

เรื่องจริงที่เป็นไปตามกฎของธรรมชาติเพราะถือไว้มากก็ต้องหนักกว่าปล่อยวางฉะนั้นเมื่อล้มเหลวหรือผิดพลาดต้องรีบลุกยืนใหม่ให้เร็ว

เริ่มใหม่ให้ไว โอกาสมีอยู่เสมออย่ามัวเสียเวลานานไปกับการนั่งเสียดายบ่นถึงเรื่องเก่าที่ผ่านไปแล้วเพราะไม่สร้างประโยชน์หรือคุณค่าอะไรให้กับชีวิตอยู่กับปัจจุบันปล่อยวางแล้วเริ่มต้นใหม่ให้เร็วคุณก็จะหลุดพ้นและมีความสุขได้ไวขึ้น

3. ชีวิตมันสั้นอยากทำอะไรต้องรีบทำ อย่ายึกยักหาข้ออ้างไม่ลงมือ

ทำในสิ่งที่เรารักและมีความสุข รีบลงมือทำให้ต่างเพื่อให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างถ้าไม่อยากทำงานที่ทำ อยากมีอิสระในการทำงานก็ต้องรู้จักวางแผนออมเงินเตรียมพร้อมไว้สำหรับการลงทุน

มองหาช่องทางในการฝึกฝนเรียนรู้เพื่อเพิ่มหรือพัฒนาทักษะใหม่ๆให้ตัวเองอยู่เสมอ เมื่อคิดเปลี่ยนเริ่มต้นลงมือทำแล้วเราก็จะมองเห็นว่ามีโอกาสอยู่มากมาย หนทางใหม่ๆจะเปิดออกให้คุณพบเจอ และเมื่อถึงจังหวะที่ใช่

คุณก็จะได้เลือกทำตามแบบที่อยากทำหลุดพ้นจากสิ่งจำเจที่ยิ่งทำก็ยิ่งลดความสุขของตัวเองลง

4. กล้าปฎิเสธหัดเกรงใจคนให้น้อยลง โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่ควรเกรงใจ

อย่าไปตกปากรับคำ “ได้ครับ ได้ค่ะ” ช่วยเหลือทุกคนที่ร้องขอเพราะถ้ารับปากแล้วทำไม่ได้จะยิ่งแย่หนักเพิ่มความเครียดสะสมให้ตัวเองโดยใช่เหตุพึงระลึกว่าเราไม่ใช่ยอดมนุษย์ไม่จำเป็นต้องดูแลเทคแคร์ทุกคนรอบข้าง

โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยดีไม่เคยเห็นค่าในตัวเราเลือกแคร์ในคนที่เค้าแคร์และรักคุณอย่าอดทนเป็นตัวเลือกให้ใคร ทำตัวเองให้มีค่า..เลือกเป็นผู้เลือกที่ปากตรงกับใจ รู้จัก รู้ใจ และเข้าใจในตัวเอง

5. มองโลกในมุมบวกงดคิดแบบติดลบ ไม่ว่าจะพบเจอกับสถานการณ์รูปแบบไหน

ถ้าเรามีความตั้งใจที่จะฝึกฝนตัวเองให้เลือกคิดเลือกแสดงความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยมุมมองความคิดบวกปฎิเสธการคิดลบ จะส่งผลดีทำให้ความคิดความรู้สึกของเราเปิดกว้าง

แหล่งที่มา : khobjainas.com , verrysmilejung.com

เรียบเรียงโดย : devmeu.com